ในปี 2009 โลกภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ยังไม่เฟื่องฟูเท่าทุกวันนี้ แต่ Push หรือชื่อไทยว่า โคตรคนเหนือมนุษย์ ก็กล้าที่จะเสนอแนวคิดคนมีพลังจิตในโลกสมจริงที่เต็มไปด้วยองค์กรลับและยาวิเศษ หนังเรื่องนี้กำกับโดย Paul McGuigan นำแสดงโดย Chris Evans ก่อนที่เขาจะมาเป็น Captain America และ Dakota Fanning ที่ตอนนั้นยังเด็กแต่ฝีมือไม่ธรรมดา
แม้เสียงวิจารณ์จะไม่เปรี้ยงปร้าง แต่ Push ก็มีเสน่ห์แบบหนัง cult ที่แฟนๆ หลายคนหลงรัก เราในฐานะกองบรรณาธิการได้ดูและพบว่ามันมีอะไรน่าสนใจมากกว่าที่คิด
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเกิดขึ้นในโลกที่คนมีพลังจิตพิเศษถูกจำแนกประเภทตามความสามารถ เช่น พวกเคลื่อนย้ายสิ่งของ (Mover) พวกทำนายอนาคต (Watcher) หรือพวกพ่นเสียง (Pusher) องค์กรลับชื่อ ดิวิชั่น (Division) ต้องการควบคุมคนเหล่านี้เพื่อใช้เป็นอาวุธ โดยเฉพาะยาตัวหนึ่งที่ช่วยเพิ่มพลัง แต่กลับมีผลข้างเคียงร้ายแรง — ยกเว้นกับ คีร่า (Camilla Belle) ที่ถูกฉีดแล้วรอด เธอจึงกลายเป็นเป้าหมาย
นิค แกนท์ (Chris Evans) เป็น Mover ที่พยายามใช้ชีวิตหลบซ่อน แต่แล้ว แคสซี่ (Dakota Fanning) เด็กสาว Watcher ที่มองเห็นอนาคตก็มาขอให้เขาช่วยตามหาคีร่า การผจญภัยในฮ่องกงจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางการไล่ล่าของดิวิชั่นและกลุ่มมาเฟียจีนที่ต้องการยานั้นเช่นกัน
งานการแสดงและตัวละคร
Chris Evans ในบทนิคแสดงให้เห็นถึงความกวนและความเท่ในแบบที่เขาถนัด ก่อนจะมาเป็นกัปตันอเมริกา เขาก็มีลุคหนุ่มหล่อขี้เล่นที่ยังพอมีปมในใจ ส่วน Dakota Fanning สร้างสีสันให้หนังด้วยบทแคสซี่ที่ฉลาด ปากร้าย และน่ารักในเวลาเดียวกัน เคมีของทั้งคู่เข้ากันดีและช่วยขับเคลื่อนเรื่องราวได้สนุก
Djimon Hounsou ในบทเฮนรี่ คาร์เวอร์ หัวหน้าดิวิชั่น ให้ความรู้สึกน่าเกรงขามและมีเสน่ห์แบบวายร้าย แต่บทของเขาค่อนข้างบาง ขณะที่ Camilla Belle ก็ทำหน้าที่ได้ดีในบทคีร่าที่มีพลังพิเศษ แต่ตัวละครของเธอขาดการพัฒนาไปบ้าง
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
Paul McGuigan ผู้กำกับที่เคยฝากผลงานอย่าง Lucky Number Slevin นำเสนอสไตล์ภาพที่ฉับไว มีสีสันสดใส โดยเฉพาะฉากในฮ่องกงที่ถ่ายทอดความวุ่นวายและมีชีวิตชีวาได้ดี การใช้มุมกล้องและการตัดต่อช่วยให้ฉากต่อสู้ด้วยพลังจิตดูมีพลังและเข้าใจง่าย
เพลงประกอบโดย Neil Davidge (จากวง Massive Attack) ให้บรรยากาศที่ลึกลับและทันสมัย ช่วยเสริมอารมณ์ของหนังได้พอดี แม้บางช่วงอาจรู้สึกว่าเพลงยังไม่โดดเด่นเท่าที่ควร
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
Push เป็นหนังที่กล้าท้าทายขนบของหนังซูเปอร์ฮีโร่ในยุคนั้น เพราะมันไม่ใช่หนังฮีโร่ที่ชัดเจน แต่เป็นหนังสายลับไซไฟที่มีพลังจิตเป็นส่วนผสม โลกของหนังถูกสร้างมาอย่างละเอียด มีระบบการแบ่งประเภทพลังที่ชัดเจนคล้าย X-Men แต่ในสเกลที่เล็กกว่าและสมจริงกว่า
จุดแข็งของหนังอยู่ที่การเล่าเรื่องที่ไม่ยอมให้คนดูช้าเกินไป และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครหลัก แต่จุดอ่อนคือบทที่บางครั้งก็ซับซ้อนจนสับสน และการอธิบายกฎของโลกที่ยังไม่ครบถ้วน อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ชอบหนังแนวไซไฟสายลับแบบมีชั้นเชิง Push ก็เป็นตัวเลือกที่สนุกและน่าจดจำ หากคุณกำลังหาเว็บดูหนังฟรีที่รวมหนังแนวนี้ไว้ ดูหนังออนไลน์ฟรีไม่กระตุก อาจเป็นตัวเลือกที่ดี
สรุป
Push เป็นหนัง cult ที่ควรค่าแก่การดูสำหรับแฟนหนังไซไฟสายลับที่ชอบอะไรแตกต่าง แม้จะมีจุดบกพร่องแต่ก็สนุกและน่าติดตาม เหมาะกับคนที่อยากเห็น Chris Evans และ Dakota Fanning ในบทบาทที่ท้าทายก่อนที่พวกเขาจะโด่งดัง
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +การแสดงของ Chris Evans และ Dakota Fanning เข้ากันดี
- +โลกของหนังมีรายละเอียดและน่าสนใจ
- +ฉากต่อสู้ด้วยพลังจิตทำออกมาได้สนุกและเห็นภาพ
👎 จุดด้อย
- −บทมีความซับซ้อนและบางครั้งอธิบายไม่ชัดเจน
- −ตัวร้ายและตัวละครรองบางตัวขาดมิติ
- −ตอนจบอาจทำให้บางคนรู้สึกว่ายังไม่สมบูรณ์
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ไม่มีภาคต่อ แม้จะมีเนื้อหาที่ชวนให้คิดต่อ แต่ก็ไม่ได้ถูกสร้างเป็นแฟรนไชส์
ปัจจุบันสามารถหาดูได้ตามแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งต่างๆ หรือเช่าซื้อแบบดิจิทัล
มีหลายประเภท เช่น Mover (เคลื่อนย้าย), Watcher (มองอนาคต), Pusher (สะกดจิต), Bleeder (ปล่อยคลื่นเสียง), Stitch (รักษา), Sniffer (ดมกลิ่น) และอื่นๆ